แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระเปิมลําพูน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระเปิมลําพูน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ตำหนิ พระเปิมลำพูน

ตำหนิ พระเปิมลำพูน 

ตำหนิเพระเปิมลำพูน เป็นอย่างไรมาพิจรณากัน 
1.พระเกศพุ่งเป็นลำตรงจรดขอบพระ สังเกตให้ดี พระเกศจะไม่อยู่ตรงกลางเป๊ะ แต่จะค่อนไปทางขวามือเราเล็กน้อย
2.พระเศียรโล้น พระเนตรโตแบน พระนาสิกเป็นสามเหลี่ยม พระโอษฐ์ มักเจ่อและยาว
3.พระกรรณซ้ายองค์พระเป็นสองตอน ตอนบนจะโค้งแนบติดพระเศียร ส่วนตอนล่างจะเป็นตัว U ยาว
4.ระหว่างคางกับไหล่ จะกว้าง ไม่ปรากฏพระศอ แนวพระอังสา จะเห็นเส้นจีวรโค้ง(ห่มคลุม)
5.ต้นแขนซ้ายองค์พระ ด้านในจะเป็นสันอย่างพระนางกำแพงฯ แต่ไม่คมเท่า
6.พระหัตถ์ซ้ายองค์พระใหญ่ มีเส้นรัดประคดลอย อยู่เหนือพระหัตถ์
7.ลำแขนขวาองค์พระแลคล้ายงวงช้างปลายพระหัตถ์แหลม
8.พระนาภีเป็นหลุมลึก
9.ใบโพธิ์คู่ล่างด้านขวามือเรา เป็นสามแฉกคล้ายเท้าไก่ เป็นแบบนี้ทุกองค์

บทความจาก www.amulet2u.com

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ชี้ตำหนิของพระเปิมลำพูน


ชี้ตำหนิของพระเปิมลำพูน


จุดตายที่เซียนพระลำพูนใช้ฟันธงเก๊แท้ คือ ตรงระหว่างแขนขวาขององค์พระกับก้านโพธิ์ จะมีเส้นขนแมวเล็กๆคมๆ1เส้น
[ดังที่แสดงไว้ในภาพที่1] จริงๆแล้วเส้นนี้คือก้านของใบโพธิ์เล็กที่อยู่ข้างไหล่ ต้องดูเส้นนี้ให้เล็กและคมนะครับ ของเก๊ถอดพิมพ์ไม่ติด หรือไม่ก็ใหญ่เกินไม่คม ต้องระวังเส้นแกะด้วยไม่เป็นธรรมชาติ จุดนี้ฟันธงได้เลย หลายปีที่แล้วเกิดมีพระเปิมเรซิ่นสามารถถอดเส้นนี้ออกมาได้[แต่เนื้อไม่เหมือน] จึงต้องหา








จุดหนึ่งมาใช้พิจารณาประกอบด้วยคือ เพดานฐาน ระหว่างฐานทั้ง2ชั้นนั้นจะมีเส้นน้ำตก และเส้นน้ำตกนี้มักจะหักมุมเข้าไปในใต้เพดานฐาน มากบ้างน้อยบ้างไม่จำกัดว่าเส้นไหนแต่ต้องมีให้เห็นบ้าง
[ดูภาพที่2] และเพดานฐานทั้ง2ชั้นนั้นจะมีเส้นเป็นริ้วๆวิ่งให้เห็นบ้างไม่จำกัดว่าตรงไหน แต่พระเเท้จะมีให้เห็นและพระเก๊ถอดพิมพ์เส้นพวกนี้ไม่ติดครับ








เคดิต จากเวป
http://www.web-pra.com/Forum/Topic/Show/25384/Page/1

วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

จุดไม่ลับ ของพระเปิมลำพูน

จุดไม่ลับ ของพระเปิมลำพูน









1.มีเส้นแตกเป็นร่องตรงก้าน  โพธิ์ทุกองค์ต้องมี 
2.มีตั้งขีดใต้ใบโพธิ์ บนไหล่ซ้าย องค์พระ 2 ขีด
3.มีติ่งขีดข้างแขนซ้ายขององค์พระ

สามจุดสามารถพิจารณาประกอบร่วมกับจุดอื่น






 
รูปภาพมาจาก
http://group.wunjun.com/25amulet/topic/376910-11532


วิธีดูพระเปิม ลําพูน

วิธีดูพระเปิม ลําพูน 






พระเปิมมีรายละเอียดและหน้าตาที่ชัดเจน








สังเกตที่ติ่งหูปลายตวัดขึ้น














พระเปิมจะมีขีด1 ขีด ตรงข้างหู 1 ขีด

วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558

พระเปิมกรุดอนไซ

พระเปิมกรุดอนไซ
พระเปิมมีเม็ดพระธาตุ กรุดอยไซ สร้างโดยสุกกทันตฤาษี เมื่อพ.ศ. 1082 พบที่บริเวณปากถ้ำวัดดอยไซ ต.ป่าสัก อ.เมือง จ.ลำพูน สร้างด้วยธาตุดิน เป็นพระธาตุของฤาษีสัญชัย ซึ่งมีส่วนผสมของพระธาตุถึง 50% และมีเม็ดพระธาตุ จึงมีพุทธานุภาพสูงมาก







พระเปิมกรุดอนไซ

เม็ดพระธาตุ กรุดอยไซ สร้างเมื่อ พ.ศ.300 ที่ประเทศอินเดีย สร้างด้วยเม็ดพระธาตุ เป็นของฤาษีพราหมณ์ผู้ปฏิบัติดี จึงมีพุทธานุภาพสูงมาก พระมหายานขนมาที่ลำพูนเมื่อ พ.ศ. 1205 พบที่บริเวณปากถ้ำวัดดอยไซ ต.ป่าสัก อ.เมือง จ.ลำพูน

พระเปิมลําพูน กรุเจดีย์ปทุมวดี

พระเปิมลําพูน กรุเจดีย์ปทุมวดี
คือกรุวัดพระธาตุหริภุญชัยครับ   ซึ่งภายในวัดจะมีเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมชื่อว่าเจดีย์ปทุมวดี


วันศุกร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2558

พระเปิมกรุดอนแก้ว

พระเปิมกรุดอนแก้ว
พระเปิมเป็นพระที่ขุดพบที่วัดดอนแก้ว วัดนี้ตั้งอยู่ในตำบลเวียงยอง นอกกำแพงเมืองไปทางทิศตะวันออกของแม่น้ำกวง ต้องข้ามลำน้ำที่สะพานท่าสีห์พิทักษ์ ที่ตั้งของพระอารามนี้อยู่ห่างจากประตูเมืองด้านตะวันออก (ประตูท่าขุนนาง) ประมาณ 600 เมตร ปัจจุบันเป็นวัดร้าง และเป็นที่ตั้งของร.ร. เทศบาลบ้านเวียงยอง มีซากวัตถุโบราณปรากฏอยู่ เช่น พระพุทธรูปหินทราย ปางสมาธิขัดเพชร ซึ่งชำรุดหักพังอยู่ อีกทั้งที่วัดแห่งนี้ยังพบศิลาจารึกภาษามอญอีก 2 หลัก

การขุดหาพระเครื่องวัดดอนแก้วนี้มีการขุดค้นกันมานานแล้ว ในครั้งแรกๆ ไม่อาจสืบหาหลักฐานได้ ต่อมาในปี พ.ศ.2484-85 ซึ่งเป็นเวลาที่บ้านเมืองอยู่ในระหว่างสงครามอินโดจีน ประชาชนกำลังตื่นตัวขุดหาพระเครื่องกันทั่วทุกแห่งหน ก็ได้มีการขุดหาพระที่วัดดอนแก้วด้วย การขุดครั้งนี้ได้กระทำตรงบริเวณซากพระเจดีย์เก่า ได้พระเป็นจำนวนมาก เช่น พระเปิม พระบาง พระฤๅ พระเลี่ยง พระสาม พระสิบสอง พระสิบแปด และพระกล้วย ตลอดจนพระแผงต่างๆ หลายพันองค์ ถึงกับต้องใช้ตะกร้าหาบ การขุดดำเนินติดต่อกันไปหลายเดือน ต่อมาคณะกรรมการจังหวัดต้องประกาศห้ามจึงได้เลิกขุดกันไป

วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2558

พระลำพูน พระเปิม

พระลำพูน พระเปิม
พระเปิม
พระเครื่องสกุลลำพูนที่รู้จักและนิยมสะสมก็มีอีกมากมาย หากไม่นับพระรอดที่เป็นพระเบญจภาคีแล้ว ยังมีพระคง พระบาง พระเปิม พระเลี่ยง(เหลี้ยม) พระลือ เป็นต้น แต่ยอดนิยมฮิตติดอันดับที่พบเห็นบ่อย ส่วนใหญ่คือ พระคง พระเปิม พระบาง นั่นเอง
การค้นพบ ขึ้นทุกที่และพบทั่วไปเหมือนพระคง
กรุที่สำคัญ
1.กรุเจดีเหลี่ยม ในวัดพระธาตุหริภุญไชย(วัดหลวง) ตั้งอยู่ทางทิศเหนือขององค์พระธาตุ ห่างกันประมาณ 80 เมตร ประมาณเดือนตุลาคม 2516 ฐานเจดีย์ทรุดลงมา ก็ได้ค้นพบพระเปิม ซึ่งมีลักษณะหลังปาดไม่ค่อยเรียบร้อย
2.กรุวัดดอนแก้วหรือวัดดอกแก้ว (เป็นวัดร้างมีแต่ซากปรักหักพัง) กรุนี้เป็นกรุที่พบพระเปิมจำนวนมาก พระส่วนใหญ่ที่ค้นพบเนื้อจะละเอียด-ซุย ด้านหลังส่วนใหญ่จะเรียบแบน
3.กรุวัดจามเทวี พบบนสุวรรณจังโกฏ-เจดีย์ (เป็นเจดีย์ที่เชื่อกันว่าพระนางจามเทวีเป็นผู้สร้าง) สันนิษฐานว่าเป็นพระฝากกรุ ด้านหลังแบน เนื้อค่อนข้างหยาบ ผิวรานระแหงและปรากฏเม็ดแร่ลอย ทั้งๆที่เป็นพระที่ได้ผ่านการใช้ เหตุที่เป็นเช่นนี้มีปัจจัยที่สนับสนุน คือ พระกรุนี้ถูกบรรจุในเจดีย์ด้านบนได้รับความร้อนตลอด ความชื้นน้อยมาก
4.กรุพิเศษ กรุวัดมหาวัน พิเศษตรงที่เป็นกรุที่มีพระสกุลลำพูนแทบทุกชนิด แต่ส่วนใหญ่เป็นพระฝากกรุ (ยกเว้นพระรอดที่สร้างขึ้นที่นี่) ลักษณะที่พบ คือ เนื้อจะละเอียด แน่น เนียน มีความหนึกนุ่ม สังเกตเห็นรารักขึ้นประปราย สันนิฐานว่าเป็นผลจากด้านธรณีวิทยา เพราะบริเวณนี้จะเป็นดินที่มีความชื้นสูง
นอกจากนี้ยังคงพบได้จากกรุอื่นๆ เช่น กรุวัดพระคง กรุประตูลี้ เป็นต้น

วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558

ทำไมถึงเรียกว่าพระเปิม

ทำไมถึงเรียกว่าพระเปิม 
ในสมัยนั้นการพบพระเปิม ซึ่งชาวบ้านได้ขุดพบ ก็ได้ตั้งชื่อเรียกเอาตามลักษณะที่พบคือคำว่า "เปิม" เป็นคำเมืองเดิม มีความหมายว่าแป้น ป้าน หรืออวบใหญ่ การตั้งชื่อสมัยนั้นชาวบ้านจะเรียกตามลักษณะที่พบ เช่น พระรอดหมายถึง เล็ก พระเลี่ยง ก็คือเลี่ยม หมายถึงแหลม ต่อมาจึงเพี้ยนเป็นเลี่ยง พระคง หมายถึงหนามั่นคงแข็งแรง พระบาง มีลักษณะคล้ายพระคง แต่องค์พระบอบบางกว่า จึงเรียกว่าพระบาง เป็นต้น

พระเปิมลำพูน เป็นพระกรุเก่าแก่ มีพุทธคุณดีครบทุกด้านครับ เด่นทางคงกระพันชาตรีและแคล้วคลาดครับ ในสังคมวงการพระเครื่องนั้นนิยมพระเปิมเช่นกัน และปัจจุบันเป็นพระที่หาพระแท้ๆ ยากพอสมควรครับ และผมได้นำรูปพระเปิมมาให้ท่านได้ชมกันหนึ่งรูปครับ

วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2557

การขุดหาพระรอด พระเปิมลําพูน

วัดมหาวัน (มหาวนาราม) ได้มีการขุดหาพระรอดกันหลายครั้ง
หลายหน จนประมาณครั้งมิได้เท่าที่สืบทราบได้มาดังต่อไปนี้
-การพบกรุพระรอดในสมัยเจ้าหลวงเหมพินธุไพจิตร เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๓๕- ๒๔๔๕ พระเจดีย์มหาวันชำรุดทรุดโทรมและพังทลายลงมาเป็นส่วนมากดังนั้น เจ้าเหมพินธุไพจิตรจึงดำริให้มีการปฏิสังขรณ์องค์พระเจดีย์ขึ้นใหม่ โดยการสร้างสวมครอบองค์เดิมลงไป และเศษที่ปรักหักพังที่กองทับถมกันอยู่นั้น ได้จัดการให้โกยเอาไปถมหนองน้ำ ซึ่งอยู่ระหว่างหอสมุดของวัด ได้พบพระรอดเป็นจำนวนมากมายในกรุเจดีย์มหาวันนั้น พระรอดส่วนหนึ่งได้รับการบรรจุกรุกลับคืนเข้าไปในพระเจดีย์ตามเดิม อีกส่วนหนึ่งมีผู้นำไปสักการบูชา และส่วนสุดท้ายนั้นปะปนกับซากกรุ และเศษดินทรายจมอยู่ในหนองน้ำดังกล่าว

-การพบพระรอดในสมัยเจ้าหลวงอินทยงยศ ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๕๑ ครั้งนั้น เจ้าหลวงอินทยงยศได้พิจารณาเห็นว่า มีต้นโพธิ์ขึ้นแทรกตรงบริเวณฐานพระเจดีย์มหาวัน และรากชอนลึกลงไปภายในองพระเจดีย์มหาวัน ทำให้มีรอยร้าว ชำรุดหลายแห่ง จึงใช้ช่างรื้อฐานรอบนอกพระเจดีย์ออกเสียและปฏิสังขรณ์ใหม่ การกระทำครั้งนี้ได้พบพระรอด ซึ่งเจ้าเหมพินธุไพจิตรรวบรวมบรรจุไว้ในคราวบูรณะครั้งใหญ่นั้น เป็นจำนวน ๑ กระซ้าบาตร (ตะกร้าบรรจุข้าวตักบาตร) ได้นำมาแจกจ่ายบรรดาญาติวงศ์ (เจ้าหลวงจักคำ ขจรศักดิ์ ผู้เป็นบุตร ในสมัยนั้นยังเป็นหนุ่ม ก็ไดรับพระรอดจากพ่อไว้เป็นจำนวนมาก และเป็นมรดกตกทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้ และทั้งได้จัดพิธีสร้างพระรอดรุ่นใหม่ขึ้นบรรจุไว้แทน ส่วนฐานพระเจดีย์ที่ปฏิสังขรณ์ใหม่นั้น ก็ยังให้ขยายกว้างขึ้นกว่าเดิม

-การขุดหาพระรอดในฤดูแล้ง นับแต่สมัยปฏิสังขรณ์มหาวันเจดีย์เป็นต้นมา นับวันยิ่งปรากฏมีผู้ศรัทธาเลื่อมใส ในคุณวิเศษของพระรอดอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น เพราะคุณวิเศษของพระรอด เป็นมหัศจรรย์อย่างสูงแก่ผู้ที่มีไว้สักการบูชา จึงมีผู้พากันขุดหาพระรอดกันภายในบริเวณอุปาจารของวัด ตรงบริเวณที่เคยเป็นแอ่งน้ำ ได้พระรอดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ต่อไปก็ขยายบริเวณการขุดออกไปอย่างกว้างขวางทั่วอุปาจารของวัด และได้กระทำติดต่อกันมานานปี จนกลายเป็นประเพณีกลายๆ ของชาวบ้านลำพูน คือในฤดูแล้งภายหลังการเก็บเกี่ยวแล้ว คือระหว่างเดือน ๔ ถึงเดือน ๖ ทุกปี จะมีชาวบ้านมาขุดหาพระรอดกันในวัดมหาวัน จนพื้นที่ของวัดเต็มไปด้วยหลุมบ่อ ทางวัดจึงห้ามการขุดกันอีกต่อไป

-การขุดพระรอดในปี พ.ศ. ๒๔๙๘ เนื่องจากมีการปฏิสังขรณ์กุฏิเจ้าอาวาสวัดมหาวัน ในการขุดดินเพื่อลงรากฐานการก่อสร้างและใต้ถุนกุฏิ ได้พบพระรอดเป็นจำนวนประมาณ ๒๐๐ องค์เศษ ทุกองค์จัดว่าเป็นพระรอดที่เนื้องามทั้งสิ้น มีวรรณะผุดผ่องงดงามยิ่งนัก และมีหลายพิมพ์ทรงแทบจะไม่ซ้ำกันเลย ได้เริ่มขุดในมกราคม สิ้นสุดในสิงหาคม นอกจากพระรอดแล้ว ยังขุดได้พระเครื่องสกุลลำพูนอีกหลายชนิด เช่น พระคง พระบาง พระเลี่ยง พระสาม พระสิบ พระสิบสอง พระงบน้ำอ้อย พระกล้วย พระกวาง และพระแผ่นทอง เป็นต้น

-การขุดพบพระรอดในปี พ.ศ. ๒๕๐๖ ทางวัดมหาวันได้เริ่มการรื้อพระอุโบสถเพื่อปฏิสังขรณ์ ได้พบพระรอดประมาณ ๒๐๐ องค์เศษ ภายใต้พื้นพระอุโบสถนั้น พระรอดจำนวนหนึ่งได้มีผู้นำมาจำหน่ายในกรุงเทพฯ ในราคาสูงมาก และส่วนมากเป็นพระชำรุดและเนื้อไม่จัด ยิ่งกว่านั้น บางองค์ที่พระพักตร์ชัดเจน จะมีลักษณะพระเนตร พระนาสิก พระโอษฐ์โปนเด่น หัตถ์มี ๖ นิ้ว

พระรอดมีพิมพ์นิยมในวงการพระเครื่อง ๕ พิมพ์ด้วยกัน คือ
๑. พิมพ์ใหญ่
๒. พิมพ์กลาง
๓. พิมพ์เล็ก
๔. พิมพ์ตื้น
๕. พิมพ์ต้อ

-พระรอดได้ขุดพบที่วัดมหาวัน พุทธศิลปะในยุคกลางของสมัยหริภุญไชย (ลำพูน) อาณาจักรหริภุญไชยสร้างขึ้นราวต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๔ เป็นอาณาจักรของกลุ่มชนมอญโบราณทางภาคเหนือของประเทศไทย รับนับถือพระพุทธศาสนาหินยานใช้ภาษาบาลีจดจำคำสอนทางศาสนา ได้มีการกำหนดอายุสมัยและศิลปะพระรอดว่า สร้างในสมัยกษัตริย์จามเทวี เป็นยุคต้นของสมัยหริภุญไชย มีศิลปะสมัยทวารวดี ในทางพุทธศิปะแล้ว พระรอดน่าจะมีอายุ อยู่ในช่วงหลังสมัยทวารวดี รูปแบบของพระรอดคือประทับพระบาทสมาธิเพชร (ท่านั่งขัดเพชร)ในสมัยทวารวดีสร้างพระพุทธรูปนั่งขัดหลวมและหงายฝ่าพระบาทกางออก และไม่ปรากฏพระพุทธรูปนั่งขัดเพชรในศิลปะทวารวดี พระพุทธรูปนั่งขัดเพชร เป็นแบบอย่างเฉพาะของพระพุทธรูปอินเดียฝ่ายเหนือ (มหายาน) พระพุทธรูป และพระเครื่องในลำพูน ได้ปรากฏศิลปะสมัยต่างๆ รวมอยู่หลายสมัย คือ สมัยทวารวดี ลพบุรี แบบหริภุญไชย พุกาม อู่ทองและสมัยล้านนา

วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ประวัติการสร้างพระเปิมลำพูน

ประวัติการสร้างพระเปิมลำพูน

พระเปิมเป็นพระเนื้อดินที่สร้างมาในยุคสมัยเดียวกับพระรอด พระคง พระบาง พระเลี่ยง ฯลฯ ครับ มูลเหตุการสร้างก็ต้องเล่าเรื่องเมืองหริภุญชัย และพระนางจามเทวีแบบคร่าวๆ ครับ คืออย่างนี้ครับ จากพงศาวดารโยนก จามเทวีวงศ์ ชินกาลมลินี และตำนานมูลศาสนา พอจะสรุปได้ดังนี้ว่า มีพระฤๅษี 5 ตน คือพระสุเทวฤๅษี พระสุกกทันตฤๅษี พระ สุพรหมฤๅษี พระนารทะฤๅษี ซึ่งเป็นคณาจารย์ของหริภุญชัย และเป็นผู้สร้างพระศักรพุทธปฏิมาสกุลลำพูน นอกจากนี้ ยังมีพระ อนุสิษฏฤๅษี ซึ่งพำนักอยู่ ณ เขาลตางค์ (เขาหลวงเมืองสวรรคโลก) พระฤๅษีตนนี้ไม่ได้มีส่วนในการสร้างพระศักรพุทธปฏิมาสกุลลำพูน แต่ได้มอบกาบ ฝาหอยมาเป็นผังในการสร้างเมืองหริภุญชัย ได้ปรึกษากันในการสร้างเมืองหริภุญชัยประวัติการสร้างพระเปิมลำพูน

เมื่อสร้างเมืองหริภุญชัยเสร็จแล้ว จึงให้นายควิยะบุรุษ ไปเป็นทูตทูลขอพระนาง จามเทวีพระราชธิดาพระเจ้ากรุงละวะปุระ (ลพบุรี) อันเป็นกุลสตรีที่ประเสริฐ เจริญด้วยศีลและปรีชาฉลาดมาเป็นกษัตริย์ครองเมืองหริภุญชัย โดยพระนางจามเทวีได้ทูล ขอ พระราชทานพระไตรปิฎก สมณะ ชีพราหมณา จารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ โหราจารย์ แพทย์ สถาปัตยกร วิศวกร นักประติมากรรม และเศรษฐวาณิช อย่างละ 500 พร้อมด้วยเครื่องราชูปโภค บริวาร หมู่โยธาพลากร พร้อมด้วยพาหนะครบถ้วนเดินทางมายังเมืองหริภุญชัย

เมื่อพระนางทรงมาถึงเมืองหริภุญชัย พระฤๅษีทั้ง 4 ตนก็ได้ป่าวร้องให้ชาวเมืองออกมารับเสด็จพระนางเข้าเมือง และพอถึง ปี พ.ศ.1223 พระนางจามเวทีจึงทรงให้สร้างจตุรพุทธปราการขึ้นเป็นพระอารามสำคัญทั้ง 4 ประจำจตุรทิศแห่งพระนคร เพื่อปกป้องคุ้มครองพระนครให้พัฒนาสถาพร ปราศจากภัยพิบัติ ดังนี้ประวัติการสร้างพระเปิมลำพูน

อาพัทธาราม (วัดพระคง) เป็นพุทธปราการประจำฝ่ายทิศเหนือ พระกรุสำคัญที่พบคือ พระคงและพระบาง

อรัญญิกรัมมการาม (วัดดอนแก้ว) เป็นพุทธปราการปกป้องฝ่ายทิศตะวันออก พบ พระกรุที่สำคัญคือพระเปิมและพระบาง ฯลฯ

มหาสัตตาราม (วัดประตูลี้) เป็นพุทธปราการคุ้มครองด้านทิศใต้ พบกรุที่สำคัญคือพระเลี่ยง ฯลฯ

มหาวนาราม (วัดมหาวัน) เป็นพุทธปราการอารักขาทางฝ่ายทิศตะวันตก พบ พระกรุที่สำคัญคือพระรอด

พระอารามทั้งสี่นี้ชาวบ้านเรียกกันว่า "วัดสี่มุมเมือง"
ประวัติการสร้างพระเปิมลำพูน